Friday, 3 December 2021

คนคีรีวงสะเทือนใจ ฆ่าโหดพ่อเฒ่าใจดีดับคาวัด พบร่องรอยสลดกระเสือกกระสนหนีตาย


คนคีรีวงสะเทือนใจ ฆ่าโหดพ่อเฒ่าใจดีดับคาวัด พบร่องรอยกระเสือกกระสนวิ่งหนีตาย คนร้ายตามมาตีซ้ำจนไม้ฟืนแตกเป็นเสี่ยงๆ

เหตุการณ์ฆาตกรรมภายในวัดคีรีวง กลางแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของนครศรีธรรมราช รายนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 21 พฤศจิกายน 2564 พันตำรวจโทวินัย คงประพันธ์ รักษาราชการผู้กำกับการ สภ.ลานสหา จังหวัดนครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุฆาตกรรม เหตุเกิดบริเวณโรงครัวของวัดคีรีวง หมู่ 10 ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากนั้นจึงพร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ทีมสืบสวน แพทย์เวรชันสูตร รพ.ลานสกา และหน่วยกู้ภัยลานสกา เข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จุดเกิดเหตุพบว่าอยู่ด้านหลังโบสถ์หลังเก่าของวัด ใกล้กับโรงครัวพบศพชายทราบชื่อต่อมาคือ นายส้อง หรือ อู๊ด กลคำ อายุ 67 ปี  สภาพศพศีรษะถูกทุบด้วยของแข็งเป็นแผลฉกรรจ์หลายแผล เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและประมวลเหตุการณ์จากร่องรอยที่เกิดเหตุพบว่ามีรอยหยดเลือดกระเซ็นตั้งแต่ข้างเตาไฟในครัว ที่มีการก่อไฟไว้เป็นทางยาวราว 5 เมตร โดยคาดว่าจุดแรกที่เกิดเหตุน่าจะเป็นข้างเตาไฟเนื่องจากพบรอยเลือดกระเซ็นเป็นจุดแรก ก่อนที่นายส้องพยายามจะวิ่งหรือกระเสือกกระสนหนีคนร้ายจนมาล้มลง แล้วคนร้ายใช้ท่อนฟืนทุบตีซ้ำหลายครั้งจนท่อนฟืนแตกกลายเป็นเศษไม้กระจัดกระจาย นายส้องเสียชีวิตคาที่ ส่วนคนร้ายหลบหนีไป 

นายกรีฑา ชำนะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ตำบลกำโลนระบุว่านายส้อง เป็นคนที่ชอบอยู่ในวัดไม่เคยมีปัญหากับใคร ชอบอยู่ในวัด ก่อนหน้านี้ได้ไปอาศัยนอนอยู่ในวัดบ้านตาล หลังจากนั้นทราบว่าไม่ค่อยสบายจึงกลับมาอยู่ที่นี่ และเมื่อไม่กี่วันก่อนได้ไปพบกับตนเองแล้วบอกว่าให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยดำเนินการเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุให้ด้วยเนื่องจากยังไม่ได้ทำ แต่ผมได้บอกไปว่าบอกให้น้องสาวดำเนินการให้ได้เลย หลังจากนั้นไม่เจอกันจนกระทั่งรับแจ้งว่าเกิดเหตุขึ้น ส่วนการก่อเหตุของคนร้ายนั้นได้ใช้ไม้ฟืนทุบนายส้อง เข้าใจว่าในช่วงย่ำรุ่งอากาศหนาวเย็นนายส้องจึงมาก่อไฟผิงคลายหนาวแล้วมาพบกับคนร้าย

ขณะที่ นางปรีดา บุญภุมรัตน์ น้องสาวของผู้ตาย เปิดเผยว่าปกติพ่ายจะเป็นคนชอบช่วยเหลืองานบุญชาวบ้านในคีรีวงเสมอมาไม่มีภรรยา ไม่มีลูก ไม่มีพิษภัยกับใครชอบมานอนอยู่ในวัดและมักจะไปมาระหว่างวัดกับบ้าน ครั้งสุดท้ายราว 4-5 วันก่อนได้กลับบ้านไป 1 ครั้ง ก่อนที่จะออกมาอยู่ในวัดอีกจนกระทั่งมาเกิดเหตุขึ้นโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่านายส้องไปสร้างความไม่พอใจให้กับใคร

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เร่งรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมทั้งตรวจสอบกุฏิว่างที่นายส้องใช้เป็นที่นอน ก่อนที่จะเกิดเหตุ นอกจากนั้นยังเก็บหลักฐานท่อนฟืนที่คาดว่าคนร้ายใช้ก่อเหตุที่แตกเป็นชิ้นๆ เพื่อเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ สันนิษฐานในเบื้องต้นนั้นน่าเชื่อว่าอาจมีมิจฉาชีพเข้ามาในวัดแล้วพยายามก่อเหตุโจรกรรมอะไรบางอย่างแต่มาพบนายส้องเห็นเหตุการณ์หรือพยายามขัดขวางโวยวาย คนร้ายจึงเข้าทำร้ายนายส้องจนเสียชีวิต

อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนและติดตามกล้องวงจรปิดรอบบริเวณวัดเพื่อหาเบาะแสคนร้ายและเรียกผู้ที่พบศพคนแรก รวมทั้งพระสงฆ์และฆราวาสที่อยู่ในวัดสอบสวนหาข้อมูลเชิงลึกต่อไปแล้ว