Saturday, 4 December 2021

ทลายแก๊งผลิตแบงก์ดอลลาร์ปลอม ยึดของกลางหมื่นฉบับ มูลค่า 30 ล้านบาท



ตำรวจ PCT จับขบวนการผลิตแบงก์ดอลลาร์ปลอม ยึดแท่นปั๊มเงิน พร้อมธนบัตร USD 10,000 ฉบับ มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ขณะผู้ช่วยทูตแนะ 4 ข้อสังเกตธนบัตรปลอม

วันนี้ (18 พ.ย.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT, นายคริสโตเฟอร์ โรห์ดี้ (Mr.Christopher Rohde) ผู้ช่วยทูต/หัวหน้าสำนักงาน U.S. Secret Service ประจำสำนักงานกรุงเทพฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการสืบสวนขยายผลการจับกุมขบวนการผลิตธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอม โดยสามารถจับกุมนายทุนและผู้ร่วมขบวนการ พร้อมยึดแบงก์ดอลลาร์ปลอมได้กว่า 10,000 ฉบับ คิดเป็นเงินไทยกว่า 30 ล้านบาท พร้อมบุกทลายโรงพิมพ์ได้อีก 1 แห่ง

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ตำรวจ PCT และ ตำรวจนครบาล ได้ร่วมกันจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายธนบัตร USD ปลอม และขยายผลไปตรวจค้นโรงงานผลิตที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม จับกุมเจ้าของโรงงาน พร้อมยึดธนบัตรปลอมได้กว่า 36,000 ฉบับ คิดเป็นเงินไทยกว่า 100 ล้านบาท ก่อนสืบสวนขยายผลจนรู้ตัวนายทุนและช่างพิมพ์ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาล และในวันที่ 11 พ.ย. 64 นำกำลังเข้าตรวจค้น 2 จุด

จุดที่ 1 ตรวจค้นและจับกุมนายทองมาก หรือช่างแม็ค ได้ที่บริเวณ ถ.พระราม 3 โดยช่างแม็คทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการผลิตธนบัตรปลอม จากนั้นได้พาตัวไปตรวจค้นบ้านพักที่ อ.เมือง จ.เพชรบุรี พบเครื่องพิมพ์และอุปกรณ์การพิมพ์ที่คาดว่าเตรียมไว้ใช้ผลิตธนบัตรปลอม จึงตรวจยึดไว้ตรวจสอบ

จุดที่ 2 ตรวจค้นและจับกุมตัว นายบุญช่วย หรือป๋าลี ขณะอยู่ที่บ้านพักในเขตห้วยขวาง กทม. โดยป๋าลีเป็น “นายทุนจัดหาเครื่องพิมพ์และอุปกรณ์การพิมพ์” ให้แก่โรงงานที่ อ.บางเลน และต่อมา วันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ได้ขยายผลจับกุมตัว นายกิจพัฒน์ หรือโปรจี พร้อมธนบัตร USD ปลอมเกือบ 10,000 ฉบับ คิดเป็นเงินไทยกว่า 30,000,000 บาท จากการสอบสวนนายโปรจี รับว่า นายสิรภพ หรือเฮียเกรียง เป็นผู้นำธนบัตรปลอมมาให้จำหน่าย โดยมีป๋าลี (คนลาว) เป็นนายทุนให้เฮียเกรียง เช่าอาคารหลังหนึ่งใน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งน่าเชื่อว่าจะเป็นแหล่งผลิตธนบัตรปลอมอีกแห่งหนึ่งของขบวนการนี้

จากนั้น จึงได้ขออนุมัติหมายศาลไปตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว พบเครื่องพิมพ์และอุปกรณ์การพิมพ์หลายรายการ ซึ่งมีร่องรอยหลักฐานการพิมพ์ธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมหลงเหลืออยู่ จึงได้ตรวจยึดไว้ และจะได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดในข้อหา “ร่วมกันผลิตทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตราไม่ว่าจะปลอมขึ้นเพื่อให้เป็นเหรียญกษาปณ์ ธนบัตร หรือสิ่งอื่นใด ซึ่งรัฐบาลต่างประเทศออกใช้หรือให้อำนาจให้ออกใช้” ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต

รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ในการจับกุมขบวนการปลอมธนบัตรดอลลาร์สหรัฐในครั้งนี้ หน่วย U.S. Secret Service ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลอาชญากรรมทางเศรษฐกิจประจำสถานทูตสหรัฐอเมริกา ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และตรวจสอบธนบัตรปลอม ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า ธนบัตรปลอมที่ผลิตจากโรงงานที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม มีความเชื่อมโยงกับธนบัตรปลอมที่ผลิตจากโรงงานที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี สอดคล้องกันกับข้อมูลทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่มขบวนการเดียวกัน

ทั้งนี้ จากการสืบสวนของศูนย์ PCT เชื่อว่า อาจจะยังมีกลุ่มผู้ลักลอบผลิตและจำหน่ายธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมหลงเหลืออยู่ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เฝ้าระวังและสืบสวนติดตามเพื่อจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายจนกว่าขบวนการนี้จะหมดไป

รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า สำหรับการจับกุมคดีธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมที่ผ่านมาในประเทศไทย นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนทั้งสิ้น 40 คดี ธนบัตรของกลางที่ตรวจพบโดยส่วนใหญ่จะเป็นธนบัตรรุ่นปี 2006 และจะมีรุ่นปี 2006A (รุ่นของธนบัตร) เป็นส่วนน้อย ลักษณะการตรวจพบความผิด คือ การล่อซื้อผู้ลักลอบจำหน่าย การนำเงินไปแลกที่ธนาคาร/ร้านค้า และ การผลิตธนบัตรปลอม ซึ่งจับกุมตรวจค้นโรงงานผลิตได้เพียงครั้งเดียวเมื่อปี พ.ศ.2559 ที่เขตสายไหม กทม.

ด้าน นายคริสโตเฟอร์ โรห์ดี้ กล่าวว่า กว่า 30 ปี ที่สำนักงาน United States Secret Service ได้ทำงานร่วมกันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสืบสวนอาชญากรรมที่เกี่ยวกับการปลอมแปลงธนบัตร การโกงธนาคาร และล่าสุด การฉ้อโกงในรูปแบบอาชญากรรมทางไซเบอร์ เมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยประสบความสำเร็จจากการสืบสวนจนพบแหล่งผลิตธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอม ที่มีการนำไปใช้แพร่หลายทั้งในไทยและในต่างประเทศ อันเป็นแหล่งผลิตใหญ่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย จากการสืบสวนได้นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 8 รายด้วยกัน และสามารถยึดแท่นพิมพ์ที่ใช้ในการผลิตได้อีกหลายแท่น จึงอยากจะขอขอบคุณผู้บังคับใช้กฎหมาย ที่ทำงานในเชิงรุก อย่างเข้มแข็ง จนนำไปสู่การจับกุมตัวผู้กระทำความผิด เพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ นายคริสโตเฟอร์ ยังได้แนะนำ 4 จุด ในการสังเกต ธนบัตรจริงกับธนบัตรปลอม ดังนี้

1. กระดาษที่ใช้ผลิตธนบัตรของจริงจะไม่ใช่กระดาษแต่คือ ผ้าผืนหนึ่ง ทำให้ระยะเวลาการใช้งานจะอยู่ได้นานกว่า และการสัมผัสธนบัตรปลอมจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด หากนำไปใส่ในเครื่องซักผ้า ธนบัตรจริงจะยังคงสภาพเดิม แต่ธนบัตรปลอมจะไม่เหลือสภาพของธนบัตรเลย

2. หากยกธนบัตรขึ้นส่องจะพบลายน้ำด้านขวามือ ในธนบัตรจริงลายน้ำจะเป็นรูปของเบนจามิน แฟรงคลิน ซึ่งมีความคมชัดและมีความสวยงามมากกว่า ขณะที่ธนบัตรปลอมคุณภาพจะด้อยลง

3. หากยกธนบัตรส่องด้านซ้ายมีแถบใยใสป้องกันการปลอมแปลงอยู่ ในธนบัตรจริงในแถบใยใสจะเขียนว่า USA100 ซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยๆ ส่วนธนบัตรของปลอมที่ยึดได้จะไม่พบรอยพิมพ์ USA100 ในแถบใยใส และสังเกตได้ง่ายจากตัวเลข 100 มุมล่างด้านขวา

4. หากพลิกธนบัตร สีของตัวเลขจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีดำในธนบัตรของจริง ส่วนของปลอมจะไม่สามารถเปลี่ยนสีได้ หรือหากมีความพยายามปลอมแปลงสีให้เหมือนของจริง คุณภาพของธนบัตรปลอมจะไม่ดีและเห็นได้ไม่ชัดเหมือนของจริง

อย่างไรก็ตาม หากพบเบาะแส หรือเกรงจะตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่ สายด่วน PCT 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสายตรง 081-8663000 หรือ www.pct.police.go.th