Monday, 6 December 2021

ประธานศาลฎีกาคนที่ 47 มอบนโยบาย ความยุติธรรมต้องเข้าถึงได้ – โพสต์ทูเดย์ สังคมทั่วไป


ประธานศาลฎีกาคนที่ 47 มอบนโยบาย ความยุติธรรมต้องเข้าถึงได้

วันที่ 19 พ.ย. 2564 เวลา 19:17 น.

“ปิยกุล” ประธานศาลฎีกาคนที่ 47 มอบนโยบาย 4 ด้าน “ความยุติธรรมที่เข้าถึงง่าย” ลดการคุมขังตั้งแต่ชั้นจับกุม เล็งตั้งแผนกคดีซื้อขายในศาลแพ่งเป็นที่พึ่งประชาชนซื้อขายทางออนไลน์ เน้นย้ำการพิจารณาคดีที่มีความปลอดภัยด้านสุขอนามัยให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด

เมื่อวันที่ 19 พ.ย.64 นายสรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้ (19 พ.ย. 64) เมื่อเวลา 10.00 น. น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลฎีกา (ประธานศาลฎีกาคนที่ 47) เป็นประธานในการประชุมผู้บริหารศาลยุติธรรมเพื่อมอบนโยบายประธานศาลฎีกา ปี 2564 – 2565 ผ่านระบบ Streaming แก่ผู้พิพากษาและข้าราชการศาลยุติธรรมทั่วประเทศ ภายใต้ชื่อ“ความยุติธรรมที่เข้าถึงง่าย” (Easy Access to Justice) ทั้งหมด 4 ข้อ ดังนี้

1.ส่งเสริมบทบาทศาลยุติธรรมในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใต้หลักนิติธรรม โดยปรับปรุงกระบวนการในชั้นฝากขังและการปล่อยชั่วคราวให้เกิดการบูรณาการเพื่อลดการคุมขังที่ไม่จำเป็น, ยกระดับการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายให้เข้าถึงการได้รับการเยียวยาความเสียหายทุกมิติอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม, พัฒนาระบบประเมินความเสี่ยงในการปล่อยชั่วคราวและส่งเสริมการใช้มาตรการตามกฎหมายเพื่อลดการเรียกหลักประกันควบคู่กับการสร้างความปลอดภัยให้สังคม

2.สร้างหลักประกันการพิจารณาคดีที่ปลอดภัยด้านสุขอนามัย โดยสนับสนุนมาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยแก่ประชาชนและบุคลากรในการดำเนินคดีที่ศาล, วางระบบการบริหารจัดการคดีให้สามารถดำเนินการเสร็จภายในมาตรฐานระยะเวลาที่กำหนดภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด, ส่งเสริมการใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกขั้นตอนของการดำเนินคดีสำหรับคู่ความที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี

3.สร้างสรรค์ระบบงานให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยส่งเสริมการใช้กลไกการระงับข้อพิพาททางเลือกและการดำเนินคดีเพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคให้ครอบคลุมถึงการบริโภควิถีใหม่และข้อพิพาทเฉพาะด้าน, สร้างระบบนิเวศในการทำงานที่ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน ให้มีความสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, สนับสนุนบทบาทขององค์กรศาลยุติธรรมในการเป็นแหล่งความรู้เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม ส่งเสริมการวิจัยเพื่อการพัฒนาองค์กรให้สอดรับกับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลง

4.ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ ความก้าวหน้าและสุขภาวะที่ดีของบุคลากร โดยสนับสนุนการศึกษาเรียนรู้ของข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีทักษะที่ทันสมัยและเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่, ส่งเสริมให้บุคลากรมีโอกาสปฏิบัติงานตามความรู้ ความเชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นหลักประกันแก่ประชาชนในการได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีที่ถูกต้องและเป็นธรรม โดยมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างเป็นธรรมและทัดเทียม, ยกระดับระบบการดูแลรักษาสุขภาพของบุคลากรเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน

โดยโฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอีกว่า ประธานศาลฎีกาได้เน้นย้ำนโยบายเรื่องลดการคุมขังโดยไม่จำเป็น ให้มีการบูรณาการข้อมูลตั้งแต่ชั้นการจับ (ออกหมายจับ) การฝากขัง การปล่อยชั่วคราว ที่จะสร้างสมดุลคุ้มครองทั้งผู้ต้องหาและผู้เสียหาย โดยนอกจากต้องใช้หลักเกณฑ์ตามกฎหมายแล้ว ควรต้องแสวงหาข้อมูลได้มากที่สุดเพื่อมาใช้ประเมินความเสี่ยงตั้งแต่ชั้นขอออกหมายจับจนถึงการพิจารณาขอปล่อยชั่วคราว โดยการปล่อยชั่วคราวที่ผ่านมาก็ได้นำระบบการประเมินความเสี่ยงและนำเรื่องการตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวไปใช้มากขึ้น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการปล่อยชั่วคราว แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของสังคมด้วย ซึ่งประธานศาลฎีกาในอดีตต่างให้ความสำคัญในเรื่องนี้เสมอมา และในส่วนของประธานศาลฎีกาท่านปัจจุบันก็จะทำให้มากขึ้นไปอีก

ส่วนการบูรณาการข้อมูลชั้นจับ-ฝากขังนั้น เราต้องเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ ราชทัณฑ์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ป.ป.ส. เป็นต้น หรืออาจเป็นข้อมูลที่ได้มาจากการไต่สวนก็ได้ โดยจะต้องทำงานอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน อันจะนำไปสู่การใช้ดุลยพินิจที่เหมาะสม

ขณะที่เรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น กลุ่มการซื้อขายสินค้าออนไลน์ มีการมอบหมายคณะทำงานดูแล อาจจะมีการเสนอจัดตั้งแผนกคดีซื้อขายในศาลแพ่งในต้นปี 2565 เพื่อเป็นของขวัญให้แก่ผู้บริโภค อันนำไปสู่การสร้างความร่วมมือของหน่วยงานรัฐและเอกชน หรือกระทรวงดีอีเอส ด้วย ในการให้ความรู้ผู้บริโภคเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าในอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำเร่งดำเนินการด้านการสร้างหลักประกันการพิจารณาคดีที่ปลอดภัยด้านสุขอนามัย เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยของประชาชนในการเดินทางมาศาล ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน อีกทั้งยังเร่งรัดพิจารณาพิพากษาคดีโดยอาจจะต้องอุทิศเวลาทำนอกเวลาราชการ เพื่อลดความคั่งค้างของคดีไปได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ดี โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นโยบายประธานศาลฎีกาดังกล่าวมุ่งที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของศาลยุติธรรม ด้วยการทำให้การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชนทุกคนเป็นไปอย่างทั่วถึงและเสมอภาค ซึ่งถือเป็นหลักการขั้นพื้นฐานของหลักนิติธรรม เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ว่า “ความต้องการของประชาชน ต้องได้รับการตอบสนอง และสิทธิของประชาชน ต้องได้รับการคุ้มครอง”