Tuesday, 26 October 2021

พาณิชย์ จี้ผู้ผลิตตรึงราคา-วางแผนกระจายสินค้าช่วงน้ำท่วมไม่ให้ขาดแคลน


พาณิชย์หารือผู้ผลิตสินค้าขอความร่วมมือให้ตรึงราคาไม่ให้กระทบค่าครองชีพประชาชนช่วงน้ำท่วม พร้อมเตรียมแผนสต๊อก-กระจายสินค้าไม่ให้ขาดแคลน

วันที่ 12 ตุลาคม 2564 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน พร้อมด้วยสำนักงาน คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) หารือกับผู้ผลิตสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ อาทิ ข้าวสารบรรจุถุง อาหารกระป๋องและอาหารสำเร็จรูป นม น้ำมันพืช เครื่องปรุงรส และน้ำยาซักล้าง ซึ่งผู้ผลิตสินค้ายืนยันว่าสามารถผลิตและกระจายสินค้าได้เป็นปกติ และยังมีมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่เข้มงวด ไม่ให้กระทบต่อกำลังการผลิตอีกด้วย

“กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพของประชาชนไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก ตามข้อสั่งการของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์”

ทั้งนี้ ไม่เพียงขอความร่วมมือตรึงราคา แต่ยังได้เน้นย้ำให้ผู้ผลิตรักษากำลังการผลิตและบริหารจัดการสต็อกสินค้าเพื่อไม่ให้สินค้าขาดช่วง ตลอดจนขอให้มีแผนสำรองในการกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งหากผู้ผลิตรายใดประสบปัญหาด้านการขนส่งสินค้าไปยังพื้นที่จังหวัดที่มีน้ำท่วมสูง กรมการค้าภายในพร้อมที่จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

ขณะที่ในส่วนของ สขค. ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมและเหมาะสม ซึ่งหากพบการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมหรือมีการกดราคาที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการให้แจ้งต่อ สขค.

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ กรมฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจราคาและปริมาณสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พาณิชย์จังหวัดจะได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

หากตรวจพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควรหรือมีการกักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่าย จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายจะมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 10,000 บาท ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกักตุนสินค้าหรือขายสินค้าโดยไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ