Friday, 3 December 2021

ม็อบราษฎร-แนวร่วม แยกราชประสงค์คึกคัก “ไอลอว์” ล่ารายชื่อยกเลิก 112


ม็อบราษฎร-แนวร่วม แน่นแยกราชประสงค์ “ไอลอว์” ล่ารายชื่อยกเลิก ม. 112 

วันที่ 31 ตุลาคม 2564 บริเวณแยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหาคร กลุ่มราษฎร และแนวร่วมประชาธิปไตย นัดหมายชุมนุม “ราษฎรประสงค์ยกเลิก 112” ประกอบด้วยกลุ่ม แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, กลุ่มทะลุฟ้า, กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก, กลุ่มสลิ่มกลับใจ, กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี, สหภาพคนทำงาน, เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน และ We Volunteer

เพื่อเรียกร้องยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 และเรียกร้องให้คืนสิทธิการประกันตัวชั่วคราวแก่นักกิจกรรมที่ถูกคุมขังในเรือนจำ จากการแสดงออกทางการเมือง

มติชน รายงานว่า มีการตั้งเวทีปราศรัยขนาดใหญ่, กิจกรรมเชิญชวนประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง ร่วมทำภารกิจ “ลงชื่อ” ไม่น้อยกว่า 10,000 ชื่อ เพื่อเสนอยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ต่อรัฐสภา ซึ่งนับเป็นก้าวแรกของการรณรงค์ยกเลิกกฎหมายมาตราดังกล่าว ทั้งนี้ หากเรียกร้องสำเร็จ มาตรา 112 จะเหลือเพียงโทษปรับ ไม่มีโทษจำคุก

สำหรับกิจกรรม “ราษฏรประสงค์ ยกเลิก 112” มีการตั้งจุดตรวจโควิด-19 ที่กลางแยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นทางเข้างาน ต่อด้วย “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจำลอง” และร้านค้าอาหาร หน้าห้างเกษรพลาซ่า, ซุ้ม Art gallery แสดงผลงานของศิลปินเพื่อราษฎร ฝั่งหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์, บูธของกลุ่มเครือข่ายต่างๆ ตั้งอยู่ที่บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ ส่วนของเวทีปราศรัยหลัก ตั้งอยู่กลางถนนราชดำริ ใกล้กับแยกประตูน้ำ

เวลา 15.35 น. กลุ่มทะลุกลองทำการแสดงโชว์ตีกลองหลากหลายชนิดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเกษรวิลเลจ โดยผู้แสดงสวมหน้ากากและสวมหมวกสีขาว พร้อมติดธงสีดำมีข้อความว่า ‘ประยุทธ์ออกไป’

บริเวณหน้าโรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ มีบูธกิจกรรมจาก iLaw เปิดให้ประชาชนร่วมลงชื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยมีประชาชนให้ความสนใจร่วมลงชื่อเป็นจำนวนมาก และมีการขายเสื้อและหนังสือ Introduction to no.112

ทั้งนี้ นายสมยศ พฤษาเกษมสุข นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย กล่าวในงานรำลึกนายนวมทอง ไพรวัลย์ เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ว่า จะมีช็อตเด็ดประมาณ 19.00 น. เป็นช็อตประวัติศาสตร์

เวลา 17.02 น. นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน กล่าวถึงกฎหมายที่ปิดกั้นไม่ให้สามารถใช้สิทธิวิพากษ์วิจารณ์ได้ ความว่า ตนเชื่อว่าสื่อมวลชนเห็นข้อเท็จจริง คงเบื่อที่ต้องดูว่าเนื้อหาไหนลงได้หรือไม่ได้ เพราะไม่มีเสรีภาพที่จะพูด และรู้ว่าข้าราชการอึดอัดในสิ่งที่ไม่กล้าคัดค้าน

“เชื่อว่าทุกท่านอึดอัดเหมือนผมที่ประวัติศาสตร์เขียนโดยใครก็ไม่รู้ อนาคตที่ออกแบบให้ไม่มีส่วนร่วม เรื่องจริงไม่ได้รู้ เรื่องไม่อยากรู้อยู่ในหนังสือเรียน เมื่อเราติดตามข่าวสาร เชื่อว่าเรามีคำถามไม่แพ้กัน เกิดอะไรขึ้น ถึงเกิดความรุนแรง ทำไมทหารยึดอำนาจครั้งแล้วครั้งเล่า ทำไมประยุทธ์ซึ่งไม่ได้รับความนิยม แต่ยังลอยหน้าลอยตา เรียกตัวเองว่านายกรัฐมนตรีอยู่ได้” นายยิ่งชีพกล่าว และว่า เราทราบว่าสังคมต้องมีกฎหมาย แต่เราเชื่อว่ามันน่าจะดีกว่าถ้าเรามีกฎหมายที่ชัดเจน พูดคุยบนโต๊ะโดยสุจริต เอาข้อมูลมากาง น่าจะดีกว่าที่เราต้องอยู่ในสังคมที่ต้องติดคุก เพราะเรียกร้องสังคมที่ดีกว่า