Friday, 3 December 2021

ศาลอุทธรณ์แก้เป็นยกฟ้อง “แทน เทือกสุบรรณ” คดีรุกป่าเขาแพง ชี้ได้มาถูกต้อง



ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้อง “แทน เทือกสุบรรณ” กับพวก คดีรุกป่าเขาแพงที่สุราษฎร์ฯ แต่ให้ขนย้ายบริวารออกจากสันอ่างเก็บน้ำ เจ้าตัวเผยสั้นๆ รู้สึกปกติดี

วันนี้ (23 พ.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีรุกป่าเขาแพง จ.สุราษฎร์ธานี ในคดีหมายเลขดำ อ.3534/2556 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง (1) นายพรชัย อายุ 58 ปี ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดเรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น (2) นายสามารถ หรือโกเข็ก อายุ 66 ปี หุ้นส่วน หจก.เรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น และนายหน้าขายที่ดิน (3) นายแทน เทือกสุบรรณ อายุ 42 ปี บุตรชายของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. และ (4) นายบรรเจิด อายุ 63 ปี อดีตเลขานุการส่วนตัวของนายสุเทพ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถางป่า หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองและผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานเข้าไปยึดถือ ครอบครอง ก่อสร้าง หรือเผาป่าในที่ดินของรัฐโดยมิได้มีสิทธิครอบครองหรือไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ และ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518 มาตรา 22

ทั้งนี้ นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความเปิดเผยหลังศาลอ่านคำพิพากษาในคดี ว่า เดิมศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 4 คน เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพวกจำเลยกระทำผิดจริง จึงพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1-2 คนละ 5 ปี ส่วนจำเลยที่ 3-4 จำคุกคนละ 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากเป็นเรื่องร้ายแรง แต่ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โดยในชั้นฎีกา ศาลฎีกาสั่งย้อน (คืน) สำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ วันนี้จึงเป็นการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันนี้มีประเด็นอยู่ 2 ส่วน คือ

1. กรณีที่ดินซึ่งจำเลยที่ 1 และ 2 ไปซื้อมาขายให้จำเลยที่ 3 และ 4 นำไปออกโฉนดนั้น แม้เนื้อที่จะเกินไปกว่า น.ส.3 แต่ที่ดินทั้งหมดผู้ครอบครองได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดิน มีหลักฐานการแจ้งครอบครองเป็น ส.ค.1 ส่วนพื้นที่ที่เกินไปนั้นไม่ใช่พื้นที่ป่า เพราะมีการครอบครองกันมา ส่วนของอาญานั้นศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 4 คน

ประเด็นที่ 2. คือ ประเด็นในส่วนแพ่งที่ศาลอาญาพิพากษาว่า ที่ดินบริเวณที่เป็นหัวลูกศร (แนวโขดหิน) ที่เรียกว่า “เขาแพง” ศาลบอกว่าเป็นพื้นที่ป่า ก็ต้องให้จำเลยที่ 3 และ 4 ซึ่งเป็นผู้ขอออกโฉนด รวมถึงคนงาน ห้ามไปอยู่ในที่ดินส่วนดังกล่าว มีเนื้อที่ประมาณ 14 ไร่ แต่ในข้อเท็จจริงแล้วทางกรมที่ดินมีคำสั่งให้ตัดที่ดินส่วนนั้นออกไป จำเลยที่ 3, 4 และบริวารก็ไม่เคยเข้าไปในพื้นที่ส่วนนั้น ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติกันมานานแล้ว แต่ก็ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา

เมื่อถามว่าการอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในวันนี้ถือว่าคดีสิ้นสุดแล้วหรือไม่นั้น นายสวัสดิ์ ในฐานะทนายความ ระบุว่า ยังไม่สิ้นสุด เป็นดุลยพินิจของทางอัยการโจทก์ ที่จะตัดสินใจดำเนินการอย่างไรต่อหรือไม่

ขณะที่ นายแทน เทือกสุบรรณ กล่าวหลังทราบคำพิพากษาเพียงสั้นๆ ว่า รู้สึกปกติดี