Saturday, 4 December 2021

สทป.ส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ4×4ให้ภูฏาน – โพสต์ทูเดย์ สังคมทั่วไป


สทป.ส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ4×4ให้ภูฏาน

วันที่ 19 พ.ย. 2564 เวลา 14:58 น.

สทป.จัดพิธีส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ 4×4 ฝีมือคนไทย ให้ราชอาณาจักรภูฏานนำไปใช้รักษาสันติภาพในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ สทป. เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดำเนินการตามพระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 โดยเป็นหน่วยงานที่สามารถดำเนินการด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่ขั้นการวิจัยพัฒนา จนถึงขั้นการผลิตและจำหน่าย เพื่อตอบสนองนโยบาย Thailand 4.0 และการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหมหน่วยงานอื่นของรัฐ และภาคเอกชน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ 11 (S – Curve ที่ 11) ของรัฐบาล เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” ด้วยการผลิตยุทโธปกรณ์ภายในประเทศ ทำให้สามารถประหยัดงบประมาณและลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ได้ร่วมกับ บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด วิจัยและพัฒนายานเกราะล้อยางแบบ 4×4 เพื่อผลิตและขายยานเกราะล้อยางทั้งในประเทศและต่างประเทศ และได้มีการร่วมจัดตั้ง “บริษัท ไทยดีเฟนส์อินดัสตรี จำกัด” โดย สทป. ได้ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุน บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด ในการผลิตและขายยานเกราะล้อยางแบบ 4×4 และกำหนดจัดพิธีส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ 4×4 จำนวน 15 คัน ที่บริษัทผลิตขึ้นภายในประเทศ ให้กับรัฐบาลราชอาณาจักรภูฏาน เพื่อนำไปใช้ในภารกิจรักษาสันติภาพ ณ สาธารณรัฐแอฟริกากลาง ที่สามารถสร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เกิดเป็นรูปธรรม สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ และการพึ่งพาตนเองด้านยุทโธปกรณ์ของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 ณ ห้องมีสุข อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ สทป. ร่วมกับบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์รับเบอร์ จำกัด จัดพิธีส่งมอบยานเกราะ ล้อยางแบบ 4×4 ให้ราชอาณาจักรภูฏาน โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี โดยมี พลเอก พอพล มณีรินทร์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เป็นผู้แทนส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ 4×4 ให้กับ นายคินซัง ดอร์จิ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรภูฏาน ประจำประเทศไทย และ พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เข้าร่วมแสดงความยินดี และกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน โดยภายในงานได้มี พลเอก วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอก พลภัทร วรรณภักตร์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ไพบูลย์ วรวรรณปรีชา ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร ผู้แทนเอกอัครราชทูต 6 ประเทศ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน และรับชมการสาธิตยุทโธปกรณ์ยานเกราะล้อยาง แบบ 4×4 ที่จะส่งมอบบริเวณด้านหน้าอาคาร

พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กล่าวว่า สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้จัดงานในวันนี้ขึ้นเพื่อส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ 4×4 ให้กับราชอาณาจักรภูฏาน เพื่อนำไปใช้ในภารกิจรักษาสันติภาพในสาธารณรัฐแอฟริกากลางในห้วงเดือนธันวาคมนี้ นับตั้งแต่พระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 ได้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2562 นั้น สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงการให้บริการทางวิชาการและเทคนิคด้วย

ที่ผ่านมาสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศได้ร่วมกับบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด ในการวิจัยและพัฒนายานเกราะล้อยางแบบ 4×4 เพื่อผลิตและขายยานเกราะล้อยางให้กับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ และได้มีการร่วมจัดตั้งบริษัท ไทยดีเฟนส์อินดัสตรี จำกัด ตั้งแต่ 28 กันยายน 2564 โดยการส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ 4×4 ให้กับราชอาณาจักรภูฏาน จำนวน 15 คัน ในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาล ทั้งสองประเทศ เป็นการสะท้อนภาพให้เห็นว่ารัฐบาลรวมถึงภาคเอกชนไทยมีส่วนร่วมในการสนับสนุนภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ การส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนภาคเอกชน โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาต่อยอดและเพิ่มขีดความสามารถของทุกภาคฝ่ายในการประกอบกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

?ความสำเร็จในการส่งมอบยานเกราะล้อยางแบบ 4×4 ให้ราชอาณาจักรภูฏาน โดยสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ร่วมกับบริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด ในวันนี้ ถือเป็นความสามารถของคนไทยที่แสดงถึงศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาได้อย่างชัดเจน และเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนภารกิจต่าง ๆ อาทิ การต่อยอดองค์ความรู้ การวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนเชิงอุตสาหกรรมภายในประเทศร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ก่อให้เกิดความคุ้มค่าด้านเศรษฐกิจ ช่วยลดการนำเข้าหรือการใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศที่มีต้นทุนสูง อีกทั้งยังเกิดความคุ้มค่าด้านความมั่นคง ตอบสนองยุทธศาสตร์ของกระทรวงกลาโหม สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงความคุ้มค่าด้านการเมือง ก่อให้เกิดพันธมิตรทางยุทธศาสตร์บูรณาการและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือตามแผนยุทธศาสตร์ของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ