Monday, 18 October 2021

อัยการสูงสุด แจงคำสั่งไม่ฟ้อง กาญจนาภา-วันชัย หงษ์เหิน


วันนี้ (7 ต.ค.2564) สำนักงานอัยการสูงสุดชี้แจงกรณีพนักงานอัยการ มีคำสั่งไม่ฟ้อง กาญจนาภา-วันชัย หงษ์เหิน ผู้ต้องหา ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ดังนี้

1. สำนักงานอัยการคดีพิเศษ โดยสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 ได้รับสำนวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เมื่อวันที่ 26 ก.ค.61 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยนายสุนทรา พลไตร กล่าวหา นางเกศินี จิปิภพ ผู้ต้องหาที่ 1 นางกาญจนาภา หงษ์เหิน ผู้ต้องหาที่ 2 นายวันชัย หงษ์เหิน ผู้ต้องหาที่ 3 นายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้ต้องหาที่ 4 ข้อหา ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน เหตุเกิดระหว่าง 30 ธ.ค.46-17 พ.ค.47 ต่อเนื่องกัน

​2. คดีนี้มีมูลเหตุเกี่ยวพันกับคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม. 3/2555 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 55/2558 ซึ่งอัยการสูงสุด ฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลยที่ 1 กับพวกอีกหลายคน ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ยักยอก ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ความผิดต่อพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยมูลคดีสืบเนื่องจากธนาคารกรุงไทยปล่อยเงินกู้ให้กับ บริษัท กฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) นายวิชัย กฤษดาธานนท์ และนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ กับพวก 

คดีดังกล่าว ศาลฎีกาฯ ตัดสินเมื่อวันที่ 30 ส.ค.62 โดยพิพากษายกฟ้อง นายทักษิณ พร้อมวินิจฉัย ว่า พยานหลักฐานของโจทก์ที่ไต่สวนมายังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดตามฟ้อง จึงมีคำพิพากษายกฟ้อง 

อัยการสูงสุด แจงคำสั่งไม่ฟ้อง กาญจนาภา-วันชัย หงษ์เหิน

โปรโมชั่นพิเศษลาซาด้า
 

3.คดีที่กล่าวหานางกาญจนาภา และนายวันชัย หงษ์เหิน  พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 พิจารณาแล้ว มีคำสั่งไม่ฟ้อง นางเกศินี จิปิภพ ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งอธิบดี DSI เห็นพ้องกับการสั่งไม่ฟ้องดังกล่าว คดีในส่วนนางเกศินี จิปิภพ เสร็จเด็ดขาดแล้ว

​สำหรับนางกาญจนาภา และนายวันชัย  และนายพานทองแท้ พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงินตามข้อกล่าวหา แต่ยังไม่ได้ยื่นฟ้อง นางกาญจนาภา และนายวันชัย หงษ์เหิน ผู้ต้องหาที่ 3 เพราะหลบหนี

สำหรับนายพานทองแท้ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 ได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ต่อมาศาลฯ มีคำพิพากษายกฟ้อง พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่อุทธรณ์ อธิบดี DSI เห็นพ้องด้วย คดีถึงที่สุดแล้ว

ต่อมาวันที่ 30 ก.ค.63 นางกาญจนาภา และนายวันชัย ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 ขอให้ทบทวนคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง โดยอ้างว่าข้อเท็จจริง รูปแบบพฤติการณ์ที่กล่าวหาตนเป็นกรณีเดียวกันกับที่กล่าวหา นายพานทองแท้ ซึ่งศาลฯ ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด ยกฟ้องไปแล้ว อีกทั้งมูลเหตุก็เป็นกรณีสืบเนื่องจากการกล่าวหานายทักษิณ และเป็นเหตุให้นายทักษิณ  ถูกฟ้อง ที่ศาลฎีกาฯ ซึ่งศาลฎีกาฯ วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่ไต่สวนฟังไม่ได้ว่านายทักษิณ กระทำความผิดตามฟ้อง และพิพากษายกฟ้อง และคดีถึงที่สุดแล้วเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวอ้างว่าเช็คที่นายวิชัย กฤษดาธานนท์ สั่งจ่ายเงิน 26 ล้านบาท ที่เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาทั้งสองถูกกล่าวหาคดีนี้ก็เป็นเรื่องธุรกรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ในตลาดหลักทรัพย์ผ่านบริษัท หลักทรัพย์ธนชาติ จำกัด และต่อมามีการขายหุ้นและได้คืนเงินลงทุนพร้อมกำไร รวมแล้วประมาณ 27 ล้านบาทเศษไปแล้ว ข้อเท็จจริงนี้มีทั้งพยานบุคคล และพยานเอกสารสนับสนุน

พนักงานอัยการได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้จากการร้องขอความเป็นธรรม เห็นว่า คดีมีข้อเท็จจริงใหม่ตามที่ผู้ต้องหาทั้งสอง ร้องขอความเป็นธรรมเพราะคดีที่ฟ้องนายทักษิณ และนายพานทองแท้ ซึ่งศาลต่างยกฟ้องและคดีถึงที่สุดแล้ว อีกทั้ง ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2547 (ซึ่งเป็นระเบียบที่บังคับใช้ในขณะนั้น) ข้อ 58 ก็วางหลักเกณฑ์ให้เป็นแนวทางปฏิบัติของพนักงานอัยการทั่วประเทศในการดำเนินคดีอาญาไว้ด้วยว่า ในคดีที่มีผู้ต้องหาหลายคนกระทำความผิดในคดีเดียวกันและได้ฟ้องผู้ต้องหาบางคนไว้แล้ว แต่ต่อมาศาลยกฟ้องในเหตุลักษณะคดีและคดีเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ฟ้องแล้วให้พนักงานอัยการทบทวนความเห็นหรือคำสั่งสำหรับผู้ต้องหาที่สั่งฟ้องและยังจับตัวไม่ได้ไว้ด้วย

นอกจากนี้ พนักงานอัยการยังเห็นว่า ทางคดีไม่มีพยานหรือข้อเท็จจริงใด ๆ ว่าผู้ต้องหาทั้งสองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย หรือมีบทบาทหรืออำนาจใด ๆ ในการบีบบังคับธนาคาร ตลอดจนไม่มีส่วนรู้เห็นถึงกระบวนการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย ให้กับกลุ่มนายวิชัย กฤษดาธานนท์ กับพวกดังกล่าว 

พนักงานอัยการ เห็นว่า การร้องขอความเป็นธรรมมีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงความเห็นและคำสั่ง จึงมีคำสั่งกลับความเห็นเดิมที่สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง เป็นสั่งไม่ฟ้อง นางกาญจนาภา นายวันชัย ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน

ขณะนี้ สำนวนคดีพร้อมความเห็นและคำสั่งดังกล่าว ได้ส่งไปยัง อธิบดีDSI เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายว่าจะเห็นพ้องหรือแย้งคำสั่งของพนักงานอัยการ หากเห็นพ้องคำสั่งไม่ฟ้องเป็นอันเสร็จเด็ดขาด แต่ถ้า อธิบดีDSI เห็นแย้งก็จะนำเสนออัยการสูงสุดเพี่อพิจารณาชี้ขาดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

อัยการสูงสุด แจงคำสั่งไม่ฟ้อง กาญจนาภา-วันชัย หงษ์เหิน

อัยการสูงสุด แจงคำสั่งไม่ฟ้อง กาญจนาภา-วันชัย หงษ์เหิน

อัยการสูงสุด แจงคำสั่งไม่ฟ้อง กาญจนาภา-วันชัย หงษ์เหิน

โปรโมชั่นพิเศษลาซาด้า

ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน