Tuesday, 7 December 2021

เปิดแผนธุรกิจ-โครงสร้างผู้ถือหุ้น “บ.เคหะสุขประชา” พัฒนาบ้านเช่าผู้มีรายได้น้อย


ธนกร วังบุญคงชนะ
ธนกร วังบุญคงชนะ

ครม.ไฟเขียว ตั้งบริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) พัฒนาบ้านเช่าผู้มีรายได้น้อย การเคหะแห่งชาติ ถือหุ้น 49% ลงขันเอกชน 4 ราย

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ เห็นชอบการจัดตั้งบริษัทในเครือของการเคหะแห่งชาติ บริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) เพื่อจัดทำบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัยที่ดีและมีมาตรฐานเป็นการส่งเสริมให้ประกอบอาชีพได้

โดยมีโครงการธุรกิจและแผนการลงทุน ดังนี้ 1.พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภาคที่อยู่อาศัย โดยจัดทำโครงการบ้านเช่าฯ จำนวน 100,000 หน่วย ภายใน 4 ปี (ปี 65-68) แบ่งเป็น ปี 65-66 ปีละ 30,000 หน่วย และปี 67-68 ปีละ 20,000 หน่วย ประมาณการรายรับภายใน 4 ปี (ปี 65-68) 60,000 ล้านบาท โดยรูปแบบที่อยู่อาศัย 4 รูปแบบ ครอบคลุม 4 กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ผู้สูงอายุ คนพิการ แบบบ้านแฝดชั้นเดียว/2 ชั้น ที่ดิน 16 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 30 ตารางเมตร อัตราค่าเช่า 1,500 บาทต่อเดือน

กลุ่มที่ 2 ผู้มีสถานะโสด แบบบ้านแฝดชั้นเดียว/2 ชั้น ที่ดิน 16 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 30 ตารางเมตร อัตราค่าเช่า 2,000 บาทต่อเดือน

กลุ่มที่ 3 ครัวเรือนใหม่ แบบบ้านแฝดชั้นเดียว/2 ชั้น ที่ดิน 17.5 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 40 ตารางเมตร อัตราค่าเช่า 2,500 บาทต่อ เดือน

กลุ่มที่ 4 ครอบครัว แบบบ้านแฝดชั้นเดียว/2ชั้น ที่ดิน 20 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 50 ตารางเมตร อัตราค่าเช่า 3,500 บาทต่อเดือน

2.รับซื้อทรัพย์สินมาบริหารการขาย โดยรับซื้ออาคารคงเหลือ จาก กคช. เช่น โครงการบ้านเอื้ออาทร ประมาณ 18,000 หน่วย ภายใน 2 ปี (ปีละ 9,000 หน่วย) (ปี 64-66) นำมาบริหารการขาย 4 ปี (ปี 65 จำนวน 7,200 หน่วย ปี 66 จำนวน 6,000 หน่วย ปี 67 จำนวน 1,800 หน่วย ปี 68 จำนวน 3,000 หน่วย) ประมาณการมูลค่าการขายรวม 10,890 ล้านบาท

3.พัฒนาและบริหารชุมชน โดยจะบริหารชุมชนของโครงการบ้านเช่าฯ และรับจ้างดูแลโครงการตามแผนแม่บทฯ รวมจำนวน 200,000 หน่วย โดยจะคิดค่าดำเนินการพัฒนาธุรกิจร้อยละ 5 ของรายได้ 40,000 บาทต่อครอบครัว ประมาณการรายรับ 2,400 ล้านบาทต่อปี

4.พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน (เศรษฐกิจสุขประชา) ในพื้นที่โครงการบ้านเช่า ประมาณ 330 โครงการ อาทิ ตลาดนัดชุมชน ร้านสะดวกซื้อ เกษตรอินทรีย์ เป็นต้น ประมาณการรายรับ 2,400 ล้านบาทต่อปี

5.บริหารทรัพย์สินรอการพัฒนา Sunk cost จำนวน 94 แปลง (4,571 ไร่) มูลค่ารวม 12,500 ล้านบาท ประมาณการรายได้พึงรับ 125 ล้านบาท/ปี

นายธนกรกล่าวว่า สำหรับเงินทุนจดทะเบียนและสัดส่วนการร่วมทุน จะประกอบไปด้วยเงินทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท โดยเงินลงทุนจาก กคช. จำนวน 245 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 49) เงินลงทุนจากภาคเอกชน จำนวน 255 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 51)

“บมจ.เคหะสุขประชา เป็นรูปแบบการร่วมทุนของภาครัฐและเอกชนเพื่อจะพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานโดยเฉพาะที่อยู่อาศัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแก่ผู้มีรายได้น้อยตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (60-79) อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในทุกระดับ เพื่อนำไปสู่ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเงินลงทุนจากภาคเอกชน ได้แก่ บมจ.ทิพยประกันภัย ถือหุ้นร้อยละ 15 (75 ล้านบาท) บมจ.ทุนธนชาต ถือหุ้นร้อยละ 12.5 (62.5 ล้านบาท) บมจ.บีซีพีจี ถือหุ้นร้อยละ 12.5 (62.5 ล้านบาท) และ บจ.วินโดว์ เอเชีย ถือหุ้นร้อยละ 11 (55 ล้านบาท)