Saturday, 4 December 2021

เฮาเกน แนะ ซักเคอร์เบิร์ก ลาออก เฟซบุ๊กจะแข็งแกร่งขึ้น


เฮาเกนเรียกร้องซักเคอร์เบิร์กลาออก
REUTERS/Pedro Nunes

“เฮาเกน” อดีตพนักงานผู้เปิดโปงเฟซบุ๊ก แนะให้ “ซักเคอร์เบิร์ก” ลาออก ชี้ เฟซบุ๊กจะแข็งแกร่งขึ้น 

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 แชนแนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า ฟรานเชส เฮาเกน กล่าวต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก หลังจากปล่อยเอกสารที่สร้างความเสียหายอย่างมากเกี่ยวกับการทำงานในเฟซบุ๊ก โดยเธอได้แนะให้ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก อดีตนายจ้าง ลาออก และยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงในบริษัท แทนที่จะทุ่มเททรัพยากรเพื่อรีแบรนด์

“ฉันคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่บริษัทจะเปลี่ยนแปลง หากซักเคอร์เบิร์กยังคงเป็นซีอีโอ” เฮาเกนกล่าวบนเวทีที่มีผู้ชมจำนวนมาก ระหว่างการเปิดงาน Web Summit งานประชุมด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในกรุงลิสบอนของโปรตุเกส ​เมื่อวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น

อดีตผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของเฟซบุ๊กตอบคำถามนี้ หลังจากถูกถามว่า ซักเคอร์เบิร์กควรลาออกหรือไม่ ? เธอยังกล่าวเสริมด้วยว่า “บางทีนี่อาจเป็นโอกาสสำหรับคนอื่นที่จะเข้ามารับหน้าที่แทน เฟซบุ๊กจะแข็งแกร่งขึ้น ด้วยผู้ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย

โซเชียลเน็ตเวิร์กรายใหญ่ ซึ่งมีผู้ใช้งานเกือบ 3,000 ล้านคน เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “เมตา” เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อรีแบรนด์องค์กร ที่หลังจากนี้จะมุ่งเน้นการสร้าง “เมตาเวิร์ส” สภาพแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งจะเป็นเดิมพันสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือ

แต่เฟซบุ๊กกลับถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า การรีแบรนด์องค์กร เป็นความพยายามใช้ประโยชน์จากแนวคิดที่ไม่ได้สร้างขึ้นเอง เพื่อกลบกระแสเชิงลบล่าสุด

เฮาเกน แสดงความเห็นเรื่องการรีแบรนด์เฟซบุ๊กว่า ไม่มีความสมเหตุสมผล เนื่องจากปัญหาเรื่องความปลอดภัยยังไม่ได้รับการแก้ไข

“บ่อยครั้งที่เฟซบุ๊กเลือกที่จะขยายตัวและแผ่อาณาเขต แทนที่จะยืนหยัดในสิ่งที่พวกเขาได้ทำไปแล้ว” เฮาเกน กล่าวกับฝูงชนที่ปรบมือเห็นด้วยกับเธอเป็นระยะ

การประกาศของเฟซบุ๊กเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากฝ่ายกฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลด้านการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะประเด็นอำนาจที่มีมหาศาลในตลาด การตัดสินใจตามอัลกอริทึม และนโยบายเกี่ยวกับการละเมิด

เครือข่ายโซเชียลมีเดียรายยักษ์ ที่ดำเนินการผ่านโครงสร้างหุ้นสองระดับ (dual class share structure) ซึ่งซักเคอร์เบิร์กและนักลงทุนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง มีอำนาจควบคุมบริษัท โต้กลับว่า เอกสารที่เฮาเกนปล่อยนั้นถูกใช้เพื่อสร้างความเข้าใจผิด

เฮาเกนบอกกับนักกฎหมายในอังกฤษและสหรัฐฯเมื่อเดือนที่แล้วว่า เฟซบุ๊กกำลังจุดชนวนความไม่สงบที่รุนแรงมากขึ้นทั่วโลก เว้นแต่เฟซบุ๊กจะสามารถควบคุมอัลกอริทึมต่าง ๆ ที่ผลักดันเนื้อหารุนแรง แตกแยก ให้ผ่านตากลุ่มเปราะบางมากขึ้น

“ปัญหาสำคัญคือรากฐานการรักษาความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบเนื้อหาแต่ละภาษา ซึ่งไม่ได้ขยายไปยังทุกประเทศที่เฟซบุ๊กดำเนินการอยู่” เฮาเกนกล่าว