Monday, 18 October 2021

แพนดอร่า เปเปอร์ส : เมื่อความมั่งคั่งที่เหล่าผู้นำโลกปกปิด ถูกเปิดโปง


แพนดอร่า เปเปอร์ส

ผู้นำ นักการเมือง และมหาเศรษฐีระดับโลกจำนวนมาก กำลังปั่นป่วน เมื่อมีการเปิดโปงข้อมูลจากเอกสารทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดอย่าง “แพนดอร่า เปเปอร์ส”

วันที่ 4 ตุลาคม 2564 บีบีซี รายงานว่า มีการเปิดโปงข้อมูลของผู้นำทั้งในอดีตและปัจจุบันประมาณ 35 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐมากกว่า 300 คน จากเอกสารทางการเงินที่เรียกว่า “แพนดอร่า เปเปอร์ส” ซึ่งเป็นข้อมูลจากบริษัทนอกอาณาเขต หรือ offshore company ที่รับบริหารจัดการทรัพย์สินของบรรดามหาเศรษฐีและนักการเมืองหลายคน

เอกสารดังกล่าวเผยให้ทราบว่า กษัตริย์แห่งจอร์แดนซึ่งทรงเก็บทรัพย์สินไว้ในอังกฤษและสหรัฐอเมริกาอย่างลับ ๆ เป็นมูลค่า 70 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3,191 ล้านบาท

เอกสารเดียวกันนี้ยังเผยว่า นายโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษและภรรยา ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งคิดเป็นอากรแสตมป์มูลค่า 312,000 ปอนด์ หรือประมาณ 14,244,258 บาท เมื่อครั้งซื้ออาคารสำนักงานในกรุงลอนดอน โดยทั้งคู่ใช้วิธีการซื้อบริษัทนอกอาณาเขตที่เป็นเจ้าของอาคารดังกล่าวอีกทอดหนึ่ง

ข้อมูลที่หลุดออกมายังเกี่ยวข้องกับ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่ซุกทรัพย์สินไว้ในโมนาโก รวมถึง นายอันเดรจ บาบิส นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐเช็ก ที่จะสู้ศึกเลือกตั้งในช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยเขามิได้ประกาศว่าบริษัทลงทุนนอกอาณาเขตเคยซื้อวิลล่า 2 แห่ง ในราคา 12 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 547 ล้านบาท ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

ข้อมูลหลุดครั้งนี้ถือเป็นครั้งล่าสุดในรอบ 7 ปี หลังการเปิดโปงข้อมูลจากฟินเซนไฟล์ พาราไดซ์เปเปอร์ส ปานามาเปเปอร์ส และลักซ์ลีคส์

การตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวเป็นการตรวจสอบครั้งใหญ่สุด ที่จัดขึ้นโดยเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ หรือ ไอซีไอเจ (International Consortium of Investigative Journalists: ICIJ) ซึ่งมีผู้สื่อข่าวเข้าร่วมกว่า 650 คน

บีบีซี พาโนรามา ร่วมตรวจสอบกับการ์เดียน และสื่อพันธมิตรอื่น ๆ โดยได้เข้าถึงเอกสารเกือบ 12 ล้านฉบับ จากบริษัทด้านการเงิน 14 แห่ง ในหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงหมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น, ปานามา, เบลีซ, ไซปรัส, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สิงคโปร์ และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งทำให้ทราบว่าคนดังบางคนกำลังเผชิญข้อกล่าวหาเรื่องทุจริต, ฟอกเงิน และการเลี่ยงภาษี

แต่ข้อมูลหลุดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือการที่คนดังและมหาเศรษฐีจัดตั้งบริษัทเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษอย่างลับ ๆ โดยมีเจ้าของบริษัทนอกอาณาเขตประมาณ 95,000 ราย อยู่เบื้องหลังการซื้อเหล่านี้

เรื่องนี้ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐบาลอังกฤษ ในการนำเจ้าของทรัพย์สินนอกอาณาเขตเข้าจดทะเบียนในระบบ แม้จะมีการให้คำมั่นหลายครั้งก็ตาม ท่ามกลางความกังวลว่าผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์บางรายอาจกำลังฟอกเงินอย่างลับ ๆ

นายอิลฮัม แอลีเยฟ ประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจัน และครอบครัว ที่ถูกกล่าวหาว่าปล้นทรัพย์สินในประเทศ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างในเรื่องนี้

จากการสืบสวนพบว่า นายแอลีเยฟ และพรรคพวกที่ทำงานใกล้ชิดกับเขา เข้าไปพัวพันกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 400 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 18,261 ล้านบาท

ผู้นำต่างชาติเป็นเจ้าของอสังหาฯในอังกฤษผ่านบริษัทนอกอาณาเขต

การเปิดโปงดังกล่าวได้สร้างความอับอายให้กับรัฐบาลอังกฤษ เนื่องจากกลุ่มของนายแอลีเยฟ ดูเหมือนจะทำกำไรได้ 31 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,415 ล้านบาท หลังขายอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งในกรุงลอนดอนให้กับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นพระราชทรัพย์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่บริหารจัดการโดยกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมหลายรายการที่แสดงในเอกสารดังกล่าว ไม่ปรากฏว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

นายเฟอร์กัส ชีเอล จากไอซีไอเจ กล่าวว่า ไม่เคยมีการเปิดโปงข้อมูลที่ใหญ่ระดับนี้ และเอกสารดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงที่ว่าบริษัทนอกอาณาเขตหลายแห่งสามารถทำอะไรต่อมิอะไรเพื่อช่วยในการซุกเงินและเลี่ยงภาษี

เขากล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า คนเหล่านี้กำลังใช้บัญชีและกองทุนนอกอาณาเขต เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์มูลค่าหลายร้อยดอลลาร์ในประเทศต่าง ๆ และเพื่อเพิ่มความมั่งคั่งให้ตระกูล จากเงินของพลเมืองในประเทศของตน

ไอซีไอเจเชื่อว่าการสืบสวนจะเปิดโปงข้อมูลมหาศาล จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มันถูกเรียกว่า “แพนดอร่า เปเปอร์ส”

คฤหาสถ์ในมาลิบูของกษัตริย์จอร์แดน

เอกสารทางการเงินที่หลุดออกมาชี้ให้เห็นว่า กษัตริย์แห่งจอร์แดนสร้างอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ไว้ในอังกฤษและสหรัฐฯ อย่างลับ ๆ เป็นมูลค่ากว่า 70 ล้านปอนด์ 3,195 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ที่ 2 แห่งจอร์แดน ทรงใช้เครือข่ายบริษัทนอกอาณาเขตในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้นและที่เลี่ยงภาษีอื่น ๆ เพื่อซื้อบ้าน 15 หลัง นับตั้งแต่พระองค์ขึ้นครองราชย์ เมื่อปี 2542

หนึ่งในนั้นคือคฤหาสถ์วิวทะเลในมาลิบู 3 แห่ง มูลค่า 50 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,282 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่น ๆ ในกรุงลอนดอน และเมืองแอสคอตในอังกฤษ

ผลประโยชน์ของพระองค์เพิ่มพูนขึ้น ระหว่างที่พระองค์ถูกกล่าวหาว่าปกครองประเทศด้วยระบอบเผด็จการ ท่ามกลางการประท้วงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมถึงมาตรการรัดเข็มขัดและการขึ้นภาษีในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ทนายความของกษัตริย์จอร์แดนกล่าวว่า ทรัพย์สินเหล่านี้ถูกซื้อด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ซึ่งพระองค์ใช้เพื่อสนับสนุนโครงการต่าง ๆ สำหรับชาวจอร์แดน

ทนายความยังกล่าวด้วยว่า เป็นเรื่องปกติสำหรับบุคลลที่มีชื่อเสียง ที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์ผ่านบริษัทนอกอาณาเขต ด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย

นอกจากนี้ แพนดอร่า เปเปอร์ส ยังมีการเปิดเผยอีกหลายเรื่อง ดังนี้

นายอูฮูรู เกนยัตตา ประธานาธิบดีเคนยา และสมาชิกในครอบครัวอีก 6 คน เป็นเจ้าของเครือข่ายบริษัทนอกอาณาเขตอย่างลับ ๆ พวกเขาพัวพันกับบริษัท 11 แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีมูลค่าทรัพย์สินสูงถึง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,011 ล้านบาท

บุคคลใกล้ชิดกับ นายอิมราน ข่าน นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งรวมถึงรัฐมนตรีและครอบครัวของพวกเขา เจ้าของบริษัทและทรัสต์ที่ถือเงินหลายล้านดอลลาร์อย่างลับ ๆ

สำนักงานกฎหมายที่ก่อตั้งโดย นายนิคอส อนาสตาเซียเดส ประธานาธิบดีไซปรัส ดูเหมือนจะจัดหาบุคคลเพื่อแสดงตัวแทนอดีตนักการเมืองรัสเซีย ซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริงของบริษัทนอกอาณาเขตหลายแห่ง และถูกกล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์ อย่างไรก็ตาม สำนักงานกฎหมายดังกล่าวปฏิเสธเรื่องนี้

นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้โอนหุ้นไปในบริษัทนอกอาณาเขต ก่อนที่เขาจะชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2562

นายกิเยร์โม ลัสโซ ประธานาธิบดีเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นอดีตนายธนาคาร ได้แทนที่ มูลนิธิปานามา ที่จ่ายเงินรายเดือนให้กับสมาชิกในครอบครัวของเขา ด้วยทรัสต์ที่มีฐานอยู่ในรัฐเซาท์ดาโกตาในสหรัฐฯ

การไม่เสียภาษีของอดีตนายกฯอังกฤษ

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลในแพนดอร่า เปเปอร์ส ที่ชี้ว่า นายโทนีและนางเชอรี ได้ปกปิดความมั่งคั่งของพวกเขาไว้ แต่เอกสารหลายฉบับแสดงให้เห็นว่า เหตุใดพวกเขาจึงไม่ต้องเสียภาษี เมื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์มูลค่า 6.45 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 294 ล้านบาท

อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคแรงงานและภรรยานักกฎหมาย ได้ซื้ออาคารสำนักงานในย่านแมรี่ลีโบน ใจกลางกรุงลอนดอน เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2560 โดยการซื้อบริษัทนอกอาณาเขตที่เป็นเจ้าของอาคารดังกล่าว

การซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องถูกกฎหมายและไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ แต่ก่อนหน้านี้นายแบรล์เองเคยออกมาวิจารณ์เรื่องช่องโหว่ทางภาษีมาก่อน

อาคารสำนักงานในย่านแมรี่ลีโบน ใจกลางกรุงลอนดอน ปัจจุบันเป็นบ้านของนางแบลร์ ซึ่งทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ทำงานให้คำแนะนำรัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงมูลนิธิสำหรับผู้หญิงด้วย

นางแบรลร์กล่าวว่า ผู้ขายยืนยันว่าพวกเขาซื้ออาคารหลังนี้ผ่านบริษัทนอกอาณาเขต เธอกล่าวด้วยว่า ซื้อทรัพย์สินดังกล่าวภายใต้กฎหมายอังกฤษ และจะต้องเสียภาษีจากการขายในอนาคต

เจ้าของอาคารดังกล่าวก่อนหน้านี้คือครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ทางการเมืองในบาห์เรน แต่ทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าพวกเขาไม่รู้ในตอนแรกว่ากำลังติดต่อกับใคร

เด็กชายผู้เป็นเจ้าของอสังหาฯมูลค่า 33 ล้านปอนด์ในลอนดอน

ขณะที่เอกสารฉบับอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่า ตระกูลของนายแอลีเยฟ ที่ปกครองอาเซอร์ไบจัน ได้แอบซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษผ่านบริษัทนอกอาณาเขต

เอกสารยังแสดงให้เห็นว่า ตระกูลของนายแอลีแยฟ ที่ถูกกล่าวหาเรื่องทุจริต ได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ 17 แห่ง ซึ่งรวมถึงอาคารสำนักงานมูลค่า 33 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,508 ล้านบาท ในลอนดอน ให้กับเด็กชายเฮย์ดาร์ แอลีแยฟ อายุ 11 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจัน

อาคาร์ในย่านเมย์แฟร์ถูกซื้อโดยบริษัทของเพื่อนในครอบครัวประธานาธิบดีแอลิแยฟ เมื่อปี 2552 ก่อนที่หนึ่งเดือนต่อมาจะถูกโอนให้เป็นของเด็กชายเฮย์ดาร์

การสอบสวนยังเผยให้เห็นว่า สำนักงานอีกแห่งที่เป็นของครอบครัวนี้ ถูกขายให้กับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในราคา 66 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3,016 ล้านบาท

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เผยว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายแล้วในขณะซื้อ และขณะนี้กำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่

ด้านรัฐบาลอังกฤษเผยว่า กำลังปราบปรามการฟอกเงินด้วยกฎหมายที่เข้มงวดยิ่งขึ้น พร้อมระบุว่าจะเสนอเรื่องการจดทะเบียนบริษัทนอกอาณาเขตที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินในอังกฤษในช่วงเวลาที่เหมาะสม