Tuesday, 24 May 2022

โรคASFลามประจวบฯสั่งทำลายหมูยกเล้า 3 แห่งใน 2 อำเภอ


โรคASFลามประจวบฯสั่งทำลายหมูยกเล้า 3 แห่งใน 2 อำเภอ

วันที่ 23 ม.ค. 2565 เวลา 19:40 น.

ประจวบคีรีขันธ์-พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู หรือ ASF ในฟาร์มหมู 3 แห่งในสองอำเภอ พร้อมสั่งทำลายหมูทันที 117 ตัว เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น

เมื่อวันที่ 23 มกราคม นายยุษฐิระ บัณฑุกุล ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการตรวจพบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู หรือ ASF ในฟาร์มหมูจำนวน 3 แห่ง คือ ฟาร์มหมู ในพื้นที่ หมู่ 4 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง ฟาร์มหมู ในพื้นที่หมู่ 5 ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก และฟาร์มหมู ในพื้นที่ หมู่13 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทั้ง 3 ราย เป็นผู้เลี้ยงหมูรายย่อย และได้มีการทำลายหมูทั้งหมดแล้วรวม 117 ตัว และฝังกลบในฟาร์มที่เกิดโรคตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคระบาดในสัตว์ พร้อมเร่งจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรตามราคาประเมินไม่เกิน 3 ใน 4 หรือร้อยละ 75 ของราคาท้องตลาด

อย่างไรก็ตา ขณะนี้ได้มีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชนิด ASF เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายหมูในรัศมี 5 กม.รอบจุดเกิดโรค ส่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ออกตรวจฟาร์มหมูในรัศมี 1 กิโลเมตร รอบจุดเกิดโรคเพื่อเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อ หากพบหมูติดเชื้อในฟาร์มที่มีการเลี้ยงหมูน้อยกว่า 50 ตัวหรือเป็นเกษตรกรรายย่อย จะต้องทำลายหมูทุกตัว และหากเป็นฟาร์มขนาดกลางที่เลี้ยงหมู 50-500 ตัว หรือฟาร์มขนาดใหญ่ที่เลี้ยงหมู 500 ตัวขึ้นไป จะทำลายหมูเฉพาะในคอกที่พบว่ามีการติดเชื้อ ส่วนคอกอื่นๆ จะเก็บตัวอย่างส่งตรวจ โดยหากพบว่ามีหมูติดเชื้อก็จะต้ิงทำลายหมูทั้งคอกทันที 

ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลการเลี้ยงหมูใน พื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนี้พบว่ามีเกษตรกรประมาณ 1,000 ราย มีจำนวนหมูกว่า 80,000 ตัว เป็นเกษตรกรระดับกลางถึงใหญ่ 25 ราย ที่เหลือเป็นเกษตรกรรายย่อยที่เป็นฟาร์มขนาดเล็ก ซึ่งค่อนข้างมีความเสี่ยง เพราะมีระบบการป้องกันในฟาร์มไม่ดีเท่าฟาร์มขนาดกลางถึงใหญ่ที่เลี้ยงในระบบปิด จึงแนะนำให้เกษตรกรเฝ้าระวังป้องกันอย่างเข้มงวด  หลีกเลี่ยงการเลี้ยงหมูด้วยเศษอาหาร เพราะมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากหากเศษอาหารดังกล่าวปนเปื้อนเชื้อ ASF อาจทำให้ฝูงหมูที่แข็งแรงติดโรคได้ หมูที่จัดหามาควรมาจากแหล่งผู้จัดหาที่น่าเชื่อถือและผ่านการรับรอง เนื่องจากยานพาหนะ อุปกรณ์ และคนอาจเป็นวัตถุพาหะนำเชื้อโรค ASF ได้เช่นกัน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกคนที่เข้ามาในฟาร์มไม่มีการสัมผัสกับสุกรอื่นใดในช่วงเวลา 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อยานพาหนะและอุปกรณ์อย่างถูกต้อง รถบรรทุกขนซากสัตว์ถือว่ามีความเสี่ยงสูงและไม่ควรให้เข้ามาในฟาร์มโดยเด็ดขาด แจ้งสัตวแพทย์ทันทีเมื่อสังเกตเห็นสัญญาณของโรค ASF และนำหมูเข้ารับการตรวจหาเชื้อ โดยหมูที่ป่วยโรค ASF จะมีอาการไข้สูง 40.5–42°C เบื่ออาหารกะทันหัน เลือดออกทางผิวหนังและอวัยวะภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ต่อมน้ำเหลือง ท้องเสีย อาเจียน บางครั้งมีเลือดปน แท้งลูก มีอาการซึม ไอ หายใจลำบาก เสียชีวิตกะทันหัน อัตราการตาย 30-100% ส่วนในลูกหมู อัตราตายสูงถึง 80-100% ภายใน 14 วัน โดยเชื้อไวรัส ASF ค่อนข้างทนทานต่อสภาพแวดล้อม



สนับสนุนโดย ufabet

https://ufabet8888.com